วัตถุประสงค์ของบทเรียน
ศึกษาเกี่ยวกับคำสั่งและฟังก์ชันการท างานพื้นฐานของ SQL
ศึกษาเกี่ยวกับวิธีการใช้ SQL ในการดูแลรักษาข้อมูลในแง่มุมต่างๆ
ศึกษาเกี่ยวกับวิธีการใช้ SQL ในการจัดการข้อมูลในแง่มุมต่างๆ
ศึกษาเกี่ยวกับวิธีการใช้ SQL เพื่อทำการค้นหาข้อมูลและสารสนเทศจากฐานข้อมูล
เนื้อหาของบทเรียน
คำสั่ง SQL ที่เกี่ยวกับ data definition คำสั่ง SQL ที่เกี่ยวกับ data manipulation คิวรีในการ
เรียกดูข้อมูล คำสั่งเพิ่มเติมเกี่ยวกับ data definition SELECT ตาราง
เสมือนและการสร้างมุมมอง การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างตารางข้อมูลในฐานข้อมูล
กิจกรรมการเรียน-การสอน
อธิบายพร้อมยกตัวอย่างประกอบ
ศึกษาจากเอกสารคำสอน
ฝึกปฏิบัติการตามที่มอบหมาย
ทำแบบฝึกหัดท้ายบท
อุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียน-การสอน
เอกสารคำสอน
เครื่องคอมพิวเตอร์
เครื่องฉายภาพสไลด์
การวัดและประเมินผล
การตอบคำถามระหว่างการเรียน-การสอน
การทำแบบทดสอบย่อยท้ายบท
การตรวจงานตามที่มอบหมาย
ภาษา SQL เป็นภาษาที่ใช้ส าหรับสร้างฐานข้อมูลและสร้างโครงสร้างการจัดเก็บข้อมูลของ
ตารางข้อมูลต่างๆ ใช้ส าหรับการจัดการต่างๆกับข้อมูล อาทิเช่น การเพิ่ม ลบ และอัพเดทข้อมูล
Data Definition Language (DDL)—จะเป็นค าสั่ง SQL ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างตารางข้อมูล
ดัชนี มุมมองต่างๆ และยังรวมถึงค าสั่งส าหรับการก าหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงตารางข้อมูลต่างๆ
Data Manipulation Language (DML)—จะเป็นค าสั่ง SQL ที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่ม อัพเดท ลบ
และสืบค้นข้อมูลจากตารางข้อมูลในฐานข้อมูล โดยคำสั่งประเภท DML ที่เราจะทำการศึกษาในบท
คำสั่ง SQL ทั้งสองหมวดหมู่ข้างต้นจะท าการประยุกต์ใช้คำศัพท์เฉพาะไม่ถึง 100 ค าที่ซึ่งจะทำให้เรา
สามารถเข้าใจได้ง่าย ค าสั่ง SQL จะสนใจเฉพาะเราต้องการจะทำอะไร
หัวใจหลักของ SQL คือ คิวรี (query) ที่ซึ่งจะครอบคลุมคำถามและการดำเนินการ
7.1 คำสั่ง SQL ที่เกี่ยวกับ data definition
7.1.1 การสร้างฐานข้อมูล
7.1.2 Database schema
7.1.3 ชนิดของข้อมูลในฐานข้อมูล
ข้อมูลเชิงตัวเลข—จะประกอบไปด้วย 4 รูปแบบดังนี้
NUMBER(L,D)
INTEGER หรือ INT—ใช้สำหรับจัดเก็บข้อมูลตัวเลขจำนวนเต็ม
SMALLINT—จะใช้จัดเก็บข้อมูลตัวเลขจำนวนเต็มเหมือนกัน
DECIMAL(L,D)—จะมีลักษณะคล้ายกับ NUMBER
ข้อมูลเชิงข้อความหรือตัวอักษร—จะประกอบไปด้วย 2 รูปแบบดังนี้
CHAR(L)—จะใช้ในการจัดเก็บข้อมูลข้อความที่ซึ่งจะต้องกำหนดความยาวสูงสุดที่ต้องการจัดเก็บ VARCHAR(L) หรือ VARCHAR2(L)—จะเป็นรูปแบบการจัดเก็บข้อมูลตัวอักษรที่มีความ
ยืดหยุ่นตามความยาวของข้อมูลที่ต้องการจัดเก็บ
ข้อมูลวันที่—จะถูกก าหนดด้วยการใช้รูปแบบ DATE ที่ซึ่งจะจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบ Julian date ที่
ซึ่งจะมีการจัดเก็บข้อมูลเป็น YYDDD
จะถูกจัดเก็บในรูปแบบ
15032 ที่ซึ่ง 2 หลักแรกจะหมายถึงสองหลักท้ายของปี ส่วน 3 หลักสุดท้ายจะหมายถึงลำดับวันที่ใน
ปี หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง 31 ธันวาคม 2014 จะถูกจัดเก็บข้อมูลเป็น 14365 ตามลำดับ
7.1.4 การกำหนดโครงสร้างของตารางข้อมูล
7.1.5 การกำหนดเงื่อนไข
นอกเหนือจากคำสั่ง PRIMARY KEY และ FOREIGN KEY ที่ใช้กำหนด primary key และ foreign
key ในตารางข้อมูลแล้ว เรายังสามารถใช้ค าสั่งอื่นๆเพื่อกำหนดเงื่อนไขต่างๆให้กับตารางข้อมูลได้ดังนี้
คำสั่ง NOT NULL—จะเป็นคำสั่งที่ทำให้แน่ใจได้ว่าแอทริบิวหนึ่งๆจะไม่มีค่า NULL ปรากฏเลย
คำสั่ง UNIQUE—จะเป็นคำสั่งที่ทำให้แน่ใจได้ว่าค่าของข้อมูลที่ปรากฏในแอทริบิวหนึ่งๆจะมีความ
เป็นเอกลักษณ์ (ไม่มีค่าซ้ ากัน)
คำสั่ง DEFAULT—จะเป็นคำสั่งที่ใช้ในการกำหนดค่าโดยปริยาย ที่ซึ่ง RDBMS จะดำเนินการ
กำหนดค่าปริยายในแอทริบิวหนึ่งๆ เมื่อผู้ใช้ฐานข้อมูลไม่ทำการกรอกข้อมูลให้กับแอทริบิวนั้นๆ
คำสั่ง CHECK—จะเป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับตรวจสอบค่าของข้อมูลที่ปรากฏในแอทริบิวหนึ่งๆในขณะที่
ข้อมูลถูกเพิ่มในตารางข้อมูล ตัวอย่างเช่น ค่าของข้อมูลที่ปรากฏในแอทริบิวจะต้องมีค่าไม่น้อยกว่า
10