วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2565

ผลการเรียนรู้ครั้งที่3 บทที่ 3 การออกแบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ

 เรื่องการออกแบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ

การทําให้เป็น บรรทัดฐาน (Normal Form) เป็นกระบวนการวิเคราะห์ ภาวการณ์พึ่งพิงซึ่งกันและกันของคอลัมน์หรือ แอตทริบิวต์(Attribute Interdependency) ในแต่ละตารางสัมพันธ์ (Relation) โดยทดสอบเปรียบเทียบกับ เกณฑ์ของการเป็นรูปแบบบรรทัดฐาน (Normal for m criteria) ซึ่งที่ใช้งานกันทั่วไป มีทั้งหมด 6 ระดับ หรือ 6รูปแบบบรรทัดฐาน ได้แก

👉รูปแบบบรรทัดฐานที่ 1 (1NF) 

👉รูปแบบบรรทัดฐานที่ 2 (2NF) 

👉รูปแบบบรรทัดฐานที่ 3 (3NF)

👉 รูปแบบบรรทัดฐาน BCNF

👉 รูปแบบบรรทัดฐานที่ 4 (4NF) 

👉รูปแบบบรรทัดฐานที่ 5 (5NF)                                     👇


เกณฑ์ของการเป็นรูปแบบบรรทัดฐานแต่ละระดับ มีวัตถุประสงค์เพื่อ แก้ปัญหาอันเกิดจากภาวการณ์พึ่งพิงซึ่งกันและกันที่ไม่เหมาะสม ของ Attribute ในตารางความสัมพันธ์ โดยปกติ เมื่อผลการวิเคราะห์บ่งชี ้ว่า ตารางความสัมพันธ์ใดยังไม่ผ่านเกณฑ์แห่งการเป็ นรูปแบบ บรรทัดฐาน ในระดับที่กําลังพิจารณา ตารางความสัมพันธ์นั ้นจะถูก แตกออก (Decomposed) เป็นชุดตารางความสัมพันธ์ย่อยที่อยู่ในรูปแบบ บรรทัดฐานที่กําลังพิจารณา 

ปัญหาของการออกแบบฐานข้อมูล 

รูปแบบที่เป็น บรรทัดฐานขั้นที่ 1 1NF
**การปรับปรุงข้อมูล (update anomaly) ใด ๆ จะต้องทําซํ้าหลายแห่ง ทําให้สิ้นเปลืองเวลา
**การเพิ่มเติมข้อมูล (insert anomaly) ใน Relation ข้างต้นไม่สามารถทําได
**การลบข้อมูล (delete anomaly) ออกจาก Relation อาจทําให้ข้อมูลบางส่วนสูญ หายไปจากฐานข้อมูล

รูปแบบที่เป็น บรรทัดฐานขั้นที่2
**การปรับปรุงข้อมูลใด ๆ จะต้องทําซํ ้าหลายแห่ง ทําให้สิ ้นเปลืองเวลา รวมทั ้งอาจทําการแก้ไข้อมูลได้ไม่ ครบถ้วนและถูกต้องทุกรายการ
**การเพิ่มเติมข้อมูลอาจไม่สามารถทําได้
**การลบข้อมูลออกจาก Relation อาจทําให้ข้อมูลบางส่วนสูญหายไปจากฐานข้อมูล
 
Boyce-Codd Normal Form (BCNF
** รูปแบบที่ขยายขอบเขตมาจากรูปแบบที่เป็นบรรทัดฐานขั้นที่ 3 แก้ไขปัญหาความซ้ำซ้อน ของ ข้อมูลที่พบในรีเลชัน ให้ชัดเจนและรัดกุมยิ่งขึ้น
 ** คุณสมบัติของรูปแบบที่เป็นบรรทัดฐานของบอยส์และคอดด์ – คีย์คู่แข่งนั้นเป็นคีย์ผสม ซึ่งมีแอททริบิวต์บางส่วนร่วมกัน
 ** ทุกแอททริบิวต์ที่เป็นตัวระบุค่า หรือ DETERMINANT ในรีเลชันนั้นต้องเป็นคีย์คู่แข่ง
 ** ไม่มีแอททริบิวต์ใดในรีเลชันที่สามารถระบุค่าของแอททริบิวต์ที่เป็นคีย์หลัก หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของ แอททริบิวต์ที่ประกอบกันเป็นคีย์หลักได้

รูปแบบที่เป็น บรรทัดฐานขั้นที่4
**การปรับปรุงข้อมูลใด ๆ จะต้องทําซํ ้าหลายแห่ง ทําให้สิ้นเปลืองเวลา
**การเพิ่มเติมข้อมูลใน Relation ไม่สามารถทําได้
**การลบข้อมูลออกจาก Relation อาจทําให้ข้อมูลบางส่วนสูญหายไปจากฐานข้อมูล 

รูปแบบที่เป็น บรรทัดฐานขั้นที่5
** ต้องมีโครงสร้างเป็นไปตามคุณสมบัติของ 4 NF
** ต้องมีคุณสมบัติ Join Dependency
 – เป็นการนํา relation ย่อย ที่เกิดจากการแตก Relation เดิมมารวมกัน (Join)แล้วได้ข้อมูลเช่นเดียวกับ Relation เดิม


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ผลการเรียนรู้ครั้งที่16

  ความคืบหน้าของโครงงาน ครั้งที่ 2